บทความ

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๔

รูปภาพ
มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๔ ธรรมในธรรม                 หมวดสุดท้ายนี้ ในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า เห็นว่ายากที่สุดแล้ว และยังไม่อาจคาดการณ์ใดๆล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดสภาวะธรรมใดๆ เมื่อไหร่ อย่างไร พอจะบอกได้ว่า จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมรรคสมังคีแล้วเท่านั้น มรรคสมังคีคือ เมื่อมรรคทั้ง๘ประการมีความสมบูรณ์พร้อมแล้ว มีกำลังของสมาธิ สติ ปัญญา เสมอกัน ไม่มากไป ไม่น้อยไป พอดิบพอดี ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า พอดิบพอดีของแต่ละท่านอยู่ที่ตรงไหน บอกไม่ได้ว่าต้องมีความเพียรแก่กล้าเท่าใด เนื่องจากตึงไปก็ไม่เกิดผล หย่อนไปก็ไม่ได้ มัชฌิมาปฏิปทา พูดง่ายจำมาพูดได้แต่เวลาทำจริงๆ ตรงที่ว่าทางสายกลางนั้นแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน กลางของแต่ละคนจะให้อีกคนนึงทำก็ไม่ได้ผล                 สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนกันในหมวดของธรรม ก็คือ มีสติตามดูจิต เพียงแต่ว่าเมื่อมาถึงตรงจุดนี้แล้ว สติย่อมเป็นมหาสติ มีสมาธิตั้งมั่นได้ดีแล้วอย่างมั่นคง มีความกล้าหาญ องอาจ แ...

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๓ จิตในจิต

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๓ จิตในจิต                 ลำพังเพียงเรื่องของจิตนั้น ก็นับว่าเป็นความยุ่งยากสลับซับซ้อนมากมายทีเดียว จะอธิบายให้ง่ายก็ดูจะเป็นเรื่องยาก เพราะสำหรับหลายท่านแล้ว จิตคืออะไร มีลักษณะอาการอย่างไร มีรูปลักษณะนามแบบไหน ก็ยังจำแนกไม่ได้ ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ตัวข้าพเจ้าเองก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และไม่ว่าครูบาอาจารย์จะอธิบายอย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่มีความเข้าใจคำว่า “จิต” เลย                 เท่าที่พอจะสมมติมาอธิบายคำว่าจิต ที่ใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็น “สภาวะว่างๆ” นั่นเอง แล้วสภาวะว่างๆแบบไหนหรือจึงจะหมายถึงจิต ถ้าจะอธิบายถึงสภาวะว่างๆที่เรียกว่าจิตนี้ ก็ต้องขออธิบายถึงสภาวะไม่ว่างเสียก่อน กล่าวคือ เมื่อเกิดอารมณ์ใดๆขึ้นมา นั่นคือสภาพที่จิตเสวยอารมณ์นั้น จนปรากฏให้เห็น เช่น อารมณ์โกรธ ก็จะเกิดสภาวะที่จิตไม่ว่างเสียแล้ว แต่จิตแปรสภาพจากว่างมาเป็นโกรธ เราจะสามารถเห็นจิตที่มีสภาวะโกรธนี้ได้ เมื่ออารมณ์โกรธเก...

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๒

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๒ กายในกาย                 สำหรับการสาธยาย กายานุปัสนาสติปัฏฐานนี้ ขอให้เป็นเพียงความเห็นเฉพาะแต่ข้าพเจ้าเท่านั้น ท่านทั้งหลายอ่านแล้ว พิจารณาแล้วด้วยปัญญาอันชอบของตน และได้ทดลองปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ดีพร้อมแล้ว ย่อมได้รับคำตอบอย่างแจ่มแจ้งในใจของท่านเอง ขอได้โปรดอย่ายึดถือเอาความคิดเห็นของข้าพเจ้านี้ไปเป็นหลัก แต่ขอให้ยึดตามพุทธพจน์บทพระบาลี และพระไตรปิฎกอันพระอริยะสาวกได้ชำระความไว้เป็นแนวทางหลักในการประพฤติปฎิบัติสืบต่อกันไป                 การเจริญสติ ณ ฐานกายนี้ มีในอนุสติ๑๐ประการของกรรมฐาน๔๐ด้วย มีในมหาสติปัฏฐานสูตรด้วยเช่นกัน แม้ในอสุภกรรมฐาน๑๐ และธาตุ๔ อาการ๓๒ ก็ว่าด้วยฐานกายนี้ จึงจัดว่ามีความสำคัญในลำดับต้น การเจริญสมถะกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานนั้น มีความสำคัญจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนไปด้วยกัน ควบคู่กันไป ด้วยสมถะกรรมฐาน ช่วยส่งเสริมกำลังจิตให้มีพลัง เข้มแข็ง แน่วแน่ ซึ่งจะได้ส่...

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๑

มหาสติปัฏฐาน๔ฉบับหลงธรรมตอนที่๑ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม                 สำหรับท่านทั้งหลายที่เป็นพุทธบริษัท ย่อมได้ยินคำเหล่านี้มาบ่อยๆจนชินหูแล้ว แต่หากจะถามหาความนัยของคำว่ากายในกาย คืออะไร เวทนาในเวทนาคืออะไร ก็จะเริ่มมึนงงสงสัย ในมหาสติปัฏฐานสูตรก็กล่าวย้ำซ้ำๆไปมา ว่าให้รู้สึกถึงลมหายใจเข้าออก ยาวหรือสั้นก็รู้ ขอเธอทั้งหลายจงมีสติรู้อยู่ อย่างนี้เป็นต้น เมื่อครั้งที่ผมได้กราบเรียนถามหลวงพ่อ เรื่องกายในกาย ท่านตอบผมว่าก็คืออาทิสมานกายนั่นเอง แต่ผมเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ยังคงมีความสงสัยมาก เพราะบางเวลาก็ได้ยินว่า กายในกายก็คืออวัยวะภายในร่างกายบ้าง บางครั้งก็ได้ยินว่า กายภายนอกคือกายของผู้อื่น กายภายในคือกายของเราเองบ้าง                 เวทนาก็เช่นกัน ข้าพเจ้าก็มีความสับสนสงสัยอยู่มาก โดยเฉพาะคำแนะนำให้นั่งสมาธิจนเกิดเวทนากล้า คือมีอาการปวดมาก ต้องนั่งให้ผ่านอาการปวดนี้ไปให้ได้ การจงกรมก็เช่นกันให้เดิ...

อยู่กับปัจจุบัน

อยู่กับปัจจุบัน                 ตัดอดีต ปิดอนาคต กำหนดปัจจุบัน   คำถามคือ ถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้ว จะคิดวางแผนงานในอนาคต หรือจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตของเราเอง หรือว่าผลงานเก่าๆที่เคยทำมา ก็ผิดสิ????                 หลายๆคนสงสัย หลายคนเข้าใจผิด ผมเองก็เช่นกัน แล้วก็ไม่มีใครมาตอบข้อสงสัยตรงนี้ให้กับผมฟัง ให้กระจ่างแจ้งแก่ใจ จนกระทั่งเห็นใจ จึงเข้าใจว่า ครูบาอาจารย์สอนถูกต้องแล้ว ให้อยู่กับปัจจุบัน แต่ว่าเราไปเข้าใจว่า ห้ามคิดถึงอดีต ห้ามคิดถึงอนาคต เพราะว่ายังฟังไม่ทันจบความ                 ให้อยู่กับปัจจุบัน อย่าไปอยู่กับอดีต อย่าไปอยู่กับอนาคต ถ้าฟังแบบนี้แล้วก็จะเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว หากจะขอขยายความว่า คนที่อยู่กับอดีตคือ คนที่นึกครุ่นคิดถึงแต่ความทุกข์ในอดีตเอามาบั่นทอนจิตใจจนไม่กล้าที่จะทำอะไร บางคนก็อยู่กับอดีตที่เคยรุ่งเรืองร่ำรวยไม่ยอม...

ถูก ผิด

รูปภาพ
ถูก ผิด ไม่มีในหมู่อริยะชน                 ธรรมดาของผู้ภาวนา เมื่อได้เห็นสภาวธรรมที่ปรากฏขึ้นอยู่ภายใน กระจ่างแจ้งแก่ใจดีแล้ว ย่อมสิ้นสงสัยในความเป็นสมมติบัญญัติและย่อมสิ้นสงสัยในปรมัตถสัจจะว่า สิ่งนั้นไม่มี สิ่งนั้นมี หรือมีในสิ่งนั้น หรือสิ่งนั้นยังมี เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ย่อมจะเห็นถูกหรือผิด เป็นแต่เพียงสมมติของทางโลก พิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงวางลงเสียเช่นกัน ผลของการวางลงเสียแล้วซึ่ง ถูก ผิด นี้ มีลักษณะที่แสดงให้เห็นในทำนองนี้คือ                 ถูก ท่านก็เห็นว่าถูกทั้งนั้นแหละ มันก็ถูกของโลก คนเชื่อเครื่องรางของขลังมาถามท่าน ท่านก็ว่าถูกของเขา ในโลกนี้แล้วสำหรับท่านผู้ได้เห็นสภาวธรรมแล้วท่านก็ว่ามันไม่มีอะไรผิดหรอก จะว่าไปแล้วมันก็ถูกทั้งหมดนั่นแหละ แต่ละคนก็มีเหตุผลของตนเองที่จะเชื่อ ที่จะทำ มันก็ถูกของเขา ตามสมมติของเขา ตามที่เขายึดมั่นถือมั่นในสมมตินั้นๆ ดังนั้นการที่จะไปว่าใครว่าผิด ท่านเหล่านี้จึงไม่กระทำ วันๆท่านก็จะ...

บรรลุธรรม บรรลุอะไร ทำไมจึงพูดไม่ได้ ตอนที่ 2

บรรลุธรรม บรรลุอะไร ทำไมจึงพูดไม่ได้ ตอนที่ 2                                  สำหรับประเด็นที่จะเล่าต่อไปนี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่าน เมื่อได้อ่านแล้ว อย่าได้นำออกไปพูดต่อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ขอให้อ่านแต่เพียงเพื่อการพิจารณาเป็นการส่วนตัว ในฐานะที่พวกเรายังเป็นผู้หลงทาง หลงธรรมอยู่                 การได้เห็นสภาวธรรมอันทำลายความยึดมั่นถือมั่น ในรูป ในนาม ในสมมุติบัญญัติทั้งหลายลงแล้วนั้น ผู้ภาวนาจะยังคงพิจารณาต่อไปถึงปรมัตถธรรมนี้ว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้ ย่อมเป็นของคู่โลกนี้ เป็นแต่เพียงญาณวิถี เพื่อให้สัตว์ทั้งหลายได้หลุดพ้น หาใช่จะยึดมั่นถือมั่นเอาไว้ได้ เมื่อพิจารณาจนจบแล้ว ย้อนพิจารณาใหม่ซ้ำไปซ้ำมาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนดีแล้ว ใจก็จะวางลงทั้ง รูป นาม ไม่ใช่รูปไม่ใช่นาม และปรมัตถธรรมที่ตนรู้ตนเห็น เมื่อนั้นแล้วจะกลับสู่สภาวะปกติธรรมดา เป็นธรรมดาอย่างยิ่ง และเป็นป...