บทความ

พระโพธิสัตย์กับความปรารถนา

รูปภาพ
พระโพธิสัตย์กับความปรารถนา           เมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงษเทวโลก ทรงบันดาลให้นรก มนุษย์ พรหมเทวดา มองเห็นได้ถึงกันหมด แม้สัตว์เดรัจฉานก็ได้เห็นได้รู้ ทรงมีพุทธประสงค์เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่า โลกนี้โลกหน้ามีอยู่จริง ทำดีได้ไปสุคติภพมีอยู่จริง ทำบาปต้องตกนรกนั้นมีอยู่จริง สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมในวัฏฏะสงสารนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ชนทั้งหลายที่มีปัญญาเกิดสลด ปลงธรรมสังเวช เห็นทุกข์เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร           คนจำนวนไม่น้อยรวมถึงสัตว์เดรัจฉาน เทวดา พรหม แม้แต่สัตว์นรก ได้เห็นพุทธะปาฎิหาริย์แล้วเกิดรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา และอยากมีพุทธบารมีเช่นนั้นบ้าง ในเวลานั้นมีจำนวนมาก นับล้านๆชีวิต(ทั้งสัตว์,คน,สัตว์นรก,พรหม,เทวดา และผู้อยู่ในภพภูมิต่างๆ) ต่างพากันตั้งความปรารถนาจะขอตรัสรู้เพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากจะนับไปถึงองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ก่อนๆที่มีผู้ปรารถนาแบบเดียวกันนี้ ก็จะมีมากมายมหาศาล แม้ว่าควา...

อภิหลงธรรม

รูปภาพ
อภิหลงธรรม           ข้อห้ามที่ผมเห็นว่าร้ายแรง ที่นักปฏิบัติธรรมทั้งหลายไม่ควรกระทำ เป็นกับดักระหว่างการพิจารณาธรรม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน รวมทั้งตัวผมเองด้วย ผมเห็นว่านี่คืออภิมหาหลงธรรม           ครูบาอาจารย์ท่านจะสอนให้พิจารณาร่างกายว่าสกปรก เป็นของน่ารังเกียจ เพื่อให้ลดความเย่อหยิ่ง ทะยานอยาก จองหอง อวดดื้อถือดี อวดโก้ อวดเก่ง มีอาการ๓๒บ้าง อาหาเรปฏิกูลสัญญา อสุภกรรมฐาน ธาตุ๔ ให้พิจารณาจบลงตรงไตรลักษณ์เป็นที่สุด มีเป้าประสงค์เพื่อคลายความยึดมั่นถือมั่น เพื่อเตรียมจิตให้พร้อมต่อการเข้าถึงสภาวะธรรมที่ละเอียดยิ่งๆขึ้นไป           อภิมหาหลงธรรม เกิดขึ้นตอนนี้เองคือ พิจารณาไปว่าร่างกายนี้มันก็เป็นแต่ร่างกายนี้ คำว่าสกปรกหรือคำว่าสะอาดก็เป็นแต่เพียงคำสมมติเรียกกันขึ้นมา แท้จริงแล้วร่างกายนี้ไม่ได้สกปรกหรอก มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้นเอง มันก็ไม่ได้สะอาดหรอก มันก็เป็นของมันอย่างนั้นเอง การไปเห็นว่าร่างกายนี้เป็นของสกปรกน่ารังเก...

เบื่อ

รูปภาพ
เบื่อกับนิพพิทาญาณ ต่างกันอย่างไร           เบื่อ เป็นอารมณ์ทางโลก เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จิตใจเศร้าหมอง ไม่ก่อให้เกิดปัญญา นิพพิทาญาณ เป็นการเบื่อทางธรรม ช่วงจังหวะที่จะก้าวข้ามทางโลกเข้าสู่ทางธรรม เป็นความเบื่อที่เห็นความซ้ำซาก เห็นความโง่ในความหลงของตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายซ้ำๆซากๆจนเบื่อหน่าย จิตใจมันไม่อยากเอา ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ไม่อยากเกิด มีจิตคิดใคร่ครวญในการหาทางออกจากวัฏฏะสงสารนี้ แต่ว่าปัญญาในการหาหนทางออกยังไม่เกิด จิตไม่ได้เศร้าหมองแบบหดหู่ ห่อเหี่ยว ท้อแท้ ทอดอาลัย นิพพิทาญาณนี้มีปัญญา คือเห็นปัญหา เห็นทุกข์ ของการเวียนว่ายตายเกิด เป็นการเอาเรื่องทางโลกมาพิจารณาในทางธรรม           จู่ๆจะเกิดนิพพิทาญาณเองไม่ได้ครับ นิพพิทาญาณมีพื้นฐานเดิมมาจากการพิจารณาในกายในจิตของตน ที่หลวงพ่อสอนให้พิจารณากายว่าสกปรก เป็นของไม่น่าดู ลำดับด้วยอาการ 32 ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ ฯลฯ พิจารณาให้เห็นถึงความสกปรก เป็นของเน่าเหม็นอยู่เนืองๆ พิจารณาอาหารเป็นอาหาเรปฏิกูลสัญญา ให้เห็นว่าอาห...

วิปัสสนานั่งหลับตา ตอนที่ 2

รูปภาพ
วิปัสสนานั่งหลับตาตอนที่ 2                คนเราสมัยนี้มีความมักง่าย มักใหญ่ใฝ่สูง มีความทะยานอยากมาก แต่ว่ามีความเพียรน้อย ความอดทนอดกลั้นมีน้อย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็มักมุ่งไปหาแนวทางที่จะบรรลุธรรมโดยง่าย บรรลุธรรมโดยเฉียบพลัน จึงไปยึดถือเอาตัวอย่างของท่าน พาหิยะ ที่ฟังธรรมสั้นๆก็สำเร็จอรหัตผล พระสารีบุตตะ ที่ฟังธรรมวาระเดียวสำเร็จเป็นพระโสดาบัน โดยไม่เคยดูตัวอย่างพระอานนท์ ที่ฟังเทศน์ฟังธรรม มาตลอดพระชนมายุขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ก็ยังเป็นพระโสดาบันในวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธ์ เข้าสู่พระนิพพาน หวังแต่จะบรรลุเร็วๆ โดยไม่ดูว่าพระที่ท่านฟังเทศน์จบเดียวสำเร็จอรหัตผลเลยนั้น ท่านได้ประกอบกิจความเพียรในแต่ละชาติเอาไว้อย่างไรบ้าง บารมีที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นทำเอาไว้ เกินกว่าผลที่จะเกิดขึ้นไปไกลมากแล้ว เปรียบเหมือนคนที่เดินไฟ ติดสวิตช์ ติดหลอด ทุกอย่างพร้อมแล้ว รอเพียงมีคนมากดสวิตช์เข้า เพียงเท่านั้นไฟก็จะติดสว่างไสว แล้วลองหันมามองดูตัวของเราเอง สายไฟไม่มี หลอดไฟก็ไม่มี สวิตช์ก็ไม่มี ไม่มีอะไ...

วิปัสสนานั่งหลับตา ตอนที่ 1

รูปภาพ
วิปัสสนานั่งหลับตา ตอนที่ 1                ในวัย 4-5 ขวบ พอจะเริ่มจำความได้ เวลานั้นก็เริ่มฝึกสมาธิ โดยไม่รู้ว่านั่นคือสมาธิ เพ่งแสงสว่าง โดยไม่รู้ว่านั่นคือ กสิณ ไม่รู้จักคำบริกรรม ยังไม่รู้จักองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่รู้การจับลมหายใจเข้า หายใจออก ไม่รู้อะไรทั้งนั้น มีความรู้สึกอย่างเดียวคือทำลงไปแล้วมีความรู้สึกสบายใจ มีความสุขใจดี ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสุขจนเลิศเลอ ยิ่งกว่าสุขทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ก็หาไม่ สุขก็สุข สบายใจก็สบายใจ ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรพิเศษพิสดาร รู้เพียงเท่านี้ ตามประสาเด็ก ความรู้ในช่วงเวลานี้แม้ดูว่าจะโง่ไปสักหน่อย แต่ก็นับว่ามีประโยชน์ในวันที่หลงทาง เพราะประสาเด็ก ที่ฝึกโดยไม่ได้คาดหวังสิ่งใดๆ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ หวังเพียงความสบายใจเพียงอย่างเดียว ไม่มีความรู้ใดๆเข้ามาปะปน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกสมาธิที่ถูกต้องแล้วก็เป็นได้                เติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับความรู้ที่ได้จากการอ่าน จากการฟัง จ...

ธรรมที่ยอมหลง

รูปภาพ
ธรรมที่ยอมหลง                            ผมเคยคิดในใจว่า ทำไม? หลวงพ่อไม่เห็นปฏิบัติธรรมภาวนาเลย เมื่อบรรลุมรรคผลนิพพานแล้ว ไม่ต้องปฏิบัติธรรม ไม่ต้องภาวนาก็ได้งั้นเหรอ แบบนี้จะได้ชื่อว่าประมาทหรือไม่ ไฉนพระมหากัสสป จึงยังถือธุดงควัตร ๑๓ เพื่อให้เป็นแบบอย่างต่อพระภิกษุภายหลังเล่า มีคำถามถึงวัตรปฎิบัติหลายอย่างของครูบาอาจารย์ ที่ทำให้เกิดความสงสัย คำตอบต่างๆก็ฟังดูเหมือนการแก้ตัวแก้ต่าง บ้างก็ขู่เอาว่าจะต้องตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทำให้ผมเก็บความสงสัยเหล่านี้เอาไว้แล้วเร่งรัดฝึกฝนตนเองดีกว่า การเที่ยวไปสงสัยในบุคคลอื่น นอกจากหาประโยชน์มิได้แล้ว ยังเป็นความโง่ บ้า ถือฑิฐิ ไม่มีดีเลยสักอย่างเดียว ถ้าต้องการจะสิ้นสงสัย ในเรื่องของการปฏิบัติ ก็ต้องปฏิบัติไปให้ถึงที่สุด ให้สิ้นสงสัย อย่างนี้จึงจะถูกต้องกว่า                คนที่ฟังมามาก อ่านมามาก ก็ยิ่งสงสัยมาก ยิ่งสงสัยมากก็ยิ่งครุ่นคิดตรึกตรองด้วยปัญญ...

ว่างหรือคิดว่าว่าง

รูปภาพ
ว่าง หรือ คิดว่าว่าง                สมัยนี้มีการเผยแพร่คำสอนต่างๆทางสื่อทั้งหลายมากมาย ถ้าเป็นคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาเป็นเวลานาน คำสอนทั้งหลายท่านจะไม่หนีไปจากพระไตรปิฎกเลย ซึ่งก็มีไม่น้อยที่พยายามจะสอนให้ตนเองดูเหนือกว่าครูบาอาจารย์รุ่นก่อนๆ หรือแม้กระทั่งจะเหนือไปกว่าองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว เรื่องแบบนี้ท่านทั้งหลายก็ขออย่าได้แปลกใจ เพราะมีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว เช่นพระเทวฑัต เป็นต้น ซึ่งท่านทั้งหลายต่างทราบกันเป็นอย่างดี                ตัวอย่างคำสอนในเรื่องความว่าง ได้แก่ การไม่นึกไม่คิด ไม่ต้องสนใจอะไรใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องไปเอาคำบริกรรมภาวนา ไม่ต้องไปจับลมหายใจ ทิ้งทุกอย่างทั้งหมด แค่นี้ก็ว่างแล้ว จะต้องไปทำอะไรอีก ไอ้การที่จะต้องทำแบบนั้น มีรูปแบบแบบนี้ นั่นแหละยึด แล้วก็ไปไหนไม่ได้ ทิ้งมันให้หมด ไม่เอาอะไรทั้งนั้น มันก็ว่างแล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้น ง่ายๆแค่นี้ก็ถึงนิพพานแล้ว ไม่ต้องมาพิจารณาอะไรทั้งนั้น ...